9 months ago

4 Tips เพื่อผิวขาวกระจ่างใสจากภายใน และภายนอก

ฮัลโหลๆๆๆๆๆ

ทุกคนคะจะสิ้นปีแล้วนุ้ยก็อยากทำ Content อะไรที่แบบว่าเป็น New Year Resolutions มาฝากกัน และสิ่งหนึ่งที่นุ้ยคิดว่าเป็นประโยชน์ต่อสาวๆแน่นอนก็คือการตั้งเป้าหมายว่าปีใหม่ที่จะถึงนี้ชั้นจะต้องมีผิวที่ขาวใส!!! โดย Blog นี้นุ้ยจะมาแชร์เทคนิคส่วนตัวของนุ้ยเองเลยนะคะ เป็นการดูแลทั้งจากภายในและภายนอกเลย ถ้าทำตามได้ทุกข้อรับรองว่าผิวฉ่ำจัมโบ้เอแน่นอนค่า

มาเริ่มกันเลยน๊า^^

1) คุมแป้ง คุมน้ำตาล

สงสัยชิมิ ว่าวิธีนี้จะช่วยให้ผิวขาวใสได้ยังไง อันนี้นุ้ยลองเองกับตัวเองเลยค่ะ เพราะมีช่วงนึงที่นุ้ยคุมอาหารแบบ Ketogenic Diet ทำให้เราต้องจำกัดในเรื่องแป้งและน้ำตาล คือทานได้แค่ 5% ช่วงนั้นจะเห็นได้เลยว่าจากผิวที่เฉยๆ กลับมาดูดีมีออร่า จุดด่างดำคือลดลงมากๆ แต่พอไปเกาหลีต้องไปโดนพวกเบเกอรี่ โอ้โห...ผิวกลับมาเฒ่าเลย 55555 พอมาถึงไทยนุ้ยรีบคุมแป้งคุมน้ำตาลโดยด่วนเลยค่ะ ตอนนี้ผิวเลยกลับมามีสุขภาพที่ดีขึ้น

อ่ะ ขอเล่าให้ฟังว่าเมื่อทานน้ำตาลมากเกินไปจะเกิดผลเสียต่อผิวยังไง คือเจ้าน้ำตาลในเลือดเนี่ย นางชอบไปจับตัวกับโปรตีน ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า AGEs (advanced glycation end products) เกิดขึ้น หน้าที่หลักของ AGEs เหมือนนางร้ายในละครเลยค่ะซิส นางจะลดสารต้านอนุมูลอิสระในร่างกายของเรา ทีนี้เวลาผิวไปโดนแดด โดนแสงก็จะถูกทำลายได้ง่ายขึ้น ผิวมีจุดด่างดำ ไม่กระจ่างใส แถมคอลลาเจนในผิวก็ถูกทำลาย ทั้งเหี่ยวทั้งหมองคล้ำไปเลยทีเดียว

แต่อย่างไรก็ตามนุ้ยไม่ได้บอกให้ทุกคนตัดแป้ง ตัดน้ำตาลออกไปจากชีวิตเลยนะ ยังทานได้ แต่ต้องดูปริมาณ และดูว่าเป็นน้ำตาลจากอะไร ถ้าเป็นจากพวกผลไม้น่ะได้เลยตระกูลเบอร์รี่ยิ่งดีมากๆ เป็น Super Food เติม Vitamin Cให้ผิวทำให้ผิวขาวใสขึ้นไปอีกจ้า

2) เลือกใช้ Skincare ที่มีส่วนผสมของ Vitamin C

เมื่อกี้แนะนำให้ทานผลไม้ที่มี Vitamin C ไปแล้ว ทีนี้เรามาเลือกใช้ Skincare ที่มีส่วนผสมของ Vitamin C กันบ้าง มันจะมีตัวใหม่ล่าสุดจาก Melano CC ที่เป็น Pure Vitamin C ออกมาชื่อว่า Melano CC Vitamin C Essence (อันนี้ชอบตรงที่ราคาดีด้วย แค่ 480 บาทเอง ) เค้าจะมีคุณสมบัติในการช่วยลดการเกิดเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้นจุดด่างดำ และรอยดำจากสิวลดลง และยังมีผลพลอยได้คือรูขุมขนกระชับขึ้น ผิวจึงเรียบเนียนขึ้นไปอีกค่ะซิส

หลอดนี้นุ้ยได้มาจากงานเปิดตัวของแบรนด์นะคะ ใช้มาซักพัก เอออ...มันดี โดยเฉาะรอยสิวเห็นได้ชัดมาก จางลงแบบ 7 วันอ่าวววรอยเกือบหายเกลี้ยง

นุ้ยจะใช้คู่กับ Skincare ตัวอื่นๆในไลน์ Whitening ที่มีอยู่แล้วนะคะ โดยลง Melano CC Vitamin C Essence ก่อน ทาทั้งเช้า เย็นเลย ถ้าใครอยากดูแลผิวในราคาน่ารักๆ แนะนำเลยเน่อ เพราะเท่าที่ Search มา ถือได้ว่าเป็น mass brand หนึ่งเดียวที่มี Pure Vitamin C (Ascorbic Acid) แบบเดียวกับ Counter Brand เลย ที่สำคัญหาซื้อได้ง่ายที่ วัตสัน ทุกสาขาเลยค่ะซิส

3) ห้ามลืมกันแดดห้ามขาด

แดดประเทศไทยก็ร้อนแรงขึ้นทุกปี จะต้นปี ท้ายปีก็แผดเผาซะเหลือเกิน รังสียูวีเป็นตัวการสำคัญที่ทำร้ายผิวเราได้รุนแรงที่สุด ช่วงสิบโมง ถึงบ่ายสี่ ถ้าเป็นไปได้นุ้ยจะไม่ออกนอกบ้านเลย แต่ก็นะเราต้องเดินทางบ่อย ถ่ายภาพกลางแดดบางทีมันก็เลี่ยงไม่ได้จริงๆ ดังนั้นทางเราจึงต้องโบกกกกกกกันแดดเด้อ นุ้ยจะเลือกอยู่ที่SPF 50 PA+++ และทาซ้ำทุก 3 ชั่วโมงเลย

4) กินน้ำเยอะๆ

ถ้าให้เปรียบเทียบเรื่องของสำคัญของน้ำต่อผิว นุ้ยจะขอให้องุ่นกับลูกเกดเป็นตัวอย่างนะ องุ่นน้ำแน่นๆสดๆ ก็จะดูเปล่งปลั่งกว่าลูกเกดที่แห้งเหี่ยวคล้ำแน่นอน เพราะในนั้นมีน้ำชิมิ ผิวของคนเราก็เหมือนกันเน่อ ดังนั้นหากผิวขาดน้ำก็จะเหมือนลูกเกดนั่นแหละ แห้งๆคล้ำ แต่ถ้าได้รับน้ำอย่างเพียงพอ ถึงผิวจะแทน หากมีการดื่มน้ำเยอะๆก็จะเป็นแทนที่เนียนละเอียด กระจ่างใส ผิวไม่แห้งและก็ผิวนุ่มชุ่มชื่นอีกด้วย นุ้ยจะบังคับตัวเองเลยว่าจะต้องดื่มน้ำวันละ 8 แก้วเป็นอย่างต่ำให้ได้จะไม่รอให้กระหายน้ำ แต่จะเน้นการจิบบ่อยๆ ถ้ามีเวลามากหน่อยนุ้ยก็จะทำน้ำ Infused Water เอาไว้ดื่ม เพราะจะได้รับวิตามินจากผักผลไม้ด้วย โดยส่วนใหญ่นุ้ยจะเลือกเป็นผลไม้ที่ให้วิตามินซีนะจะได้ผิวสวยๆ ไม่เป็นหวัดง่ายด้วย

ที่จริงนุ้ยมีอีกหลาย Tips หลายเทคนิคกว่านี้นะ แต่ 4 ข้อนี้เป็นสิ่งที่ "ต้องทำ" ให้ได้ และต้องทำอย่างต่อเนื่อง บางคนถามว่าต้องทำนานเท่าไหร่ถึงจะเห็นผล เอาจริงๆประมาณ 7 - 14 วันก็เริ่มเห็นว่าผิวใสขึ้นแล้วค่า แต่ถ้าจะให้ผิวขาวใสในอุดมคติเป็นของเราตลอดไป มันก็ต้อง Maintain ไปเรื่อยๆนะ มันคือ Lifestyle เราอยากเป็นแบบนี้ เราก็ต้องดูแลผิวแบบนี้ ต้องปรับ Mindset ของเราให้รักผิวมากขึ้นน๊า แล้วเดี๋ยวผิวสวยๆก็จะอยู่กับเราตลอดไปค่า