a year ago

5 MUST HAVE AESOP PRODUCTS

ถ้าพูดถึง Skincare ที่กำลังถูกพูดถึงมากที่สุดในตอนนี้ คงหนีไม่พ้นAesop Skincare ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ถือกำเนิดขึ้นจากประเทศออสเตรเลียในปี 1987 ค่ะ...แบรนด์โตขึ้นเรื่อยๆขนาดนี้ แน่นอนว่าเค้าต้องมีทีเด็ดแน่นอน ถึงได้ครองใจสาวก Skincare และที่สำคัญนอกจากคุณภาพจะเริศศศศศขนาดนีแล้ว ดีไซน์ของแพคเกจยังปังไปอีก

และที่สำคัญคือ ตอนนี้เราไม่ต้องวิ่งไปหิ้วจากออสเตรเลียมาแล้วเพราะเดี๋ยววันที่ 27 เมษายนนี้ Aesope จะมาทำการเปิดเคาน์เตอร์แห่งแรกในกรุงเทพมหานครค่า

หากเพื่อนๆยังไม่รู็ว่าจะลองตัวไหนดี วันนี้นุ้ยได้ลิส 5 ตัวทอปของ Aesop Skincare มาฝากค่า

1) Parsley Seed Facial Cleanser

ตัวนี้จะเป็นเจลทำความสะอาดและให้พลังงานแก่ผิว ในหนึ่งหยดจะประกอบด้วย Lactic Acid ช่วยผลัดผิวอย่างอ่อนโยน และยังมีส่วนผสมของน้ำมันโจโจ้บาที่ช่วยปรับสมดุลผิว เผยผิวนุ่ม กระจ่างใสใช้ได้กับทุกสภาพผิวจ้า

2) Parsley Seed Anti-Oxidant Facial Toner

นางเป็นโทนเนอร์มีสารต้านอนุมูลอิสระ ปราศจากแอลกอฮอล์ ประกอบไปด้วยสารสกัดจากพฤกษชาติ ขจัดสิ่งสกปรกได้เกลี้ยงจริงๆเวลาเช็ดจะเห็นคราบดำๆที่ตามองไม่เห็นติดออกมาด้วย เช็ดเสร็จแล้วขอบอก ผิวสดชื่นมากๆเลยค่ะ

3) Parsley Seed Anti-Oxidant Serum

ตัวที่นุ้ยชอบที่สุดก็คือ Parsley Seed Anti-Oxidant Serum เป็นเซรั่มที่ทาก่อนนอนปุ๊บ ตื่นเช้ามาผิวดีจากหลังมือเป็นหน้ามือเลยค่ะ เพราะในเซรั่มจะอุดมไปด้วยวิตามินและสารต้านอนุมูลอิสระที่ได้จากสารสกัดเมล็ดองุ่นและผักชีฝรั่งเพื่อมอบความชุ่มชื้น ช่วยให้ผิวเรียบเนียน นุ่ม ใครที่ติดห้องแอร์ หรือมีผิวแห้งแบบนุ้ยเตรียมกรี๊โได้เลย เพราะนางเลอค่าสุด!

4) Geranium Leaf Body Balm

บาล์มที่คืนความชุ่มชื่นให้แก่ผิวกาย และมีใบ Geranium เป็นส่วนผสมหลัก อีกทั้งสารสกัดจากซิททรัส แครอทและว่านหางจระเข้ Balm จะช่วยปกป้องผิวในทุกสภาวะอากาศ และเหมาะสำหรับทุกสภาพผิวค่า

5) Resurrection Aromatique Hand Balm

ตัวนี้เป็นไฮเดรบาล์มสำหรับบำรุงมือและเล็บ สูตรปราศจากความมันไฮเดรตติ่ง บอททานิเคิล ปรับปรุงผิวของมือที่แห้งเสีย คืนความนุ่มเนียนให้มือและเล็บ เหมาะสำหรับมือแห้งและหยาบกร้าน รวมทั้งยังสามารถหใช้กับผิวกายที่แห้งเสีย และส้นเท้าแตกได้ด้วยนะ...ครบเครื่อง!

Aesop ให้ความสำคัญกับวิทยาศาสตร์อย่างมาก เพราะงานออกแบบสูตรผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง จะต้องอาศัยการหลอมรวมบรรดาส่วนผสม ทั้งที่พัฒนาขึ้นภายในห้องทดลองค้นคว้า และทั้งพฤกษาสกัดธรรมชาติคุณภาพสูง ที่ผ่านการคัดสรรมาอย่างดีเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้น Aesop จึงไม่เคยใช้คำว่า ‘ผลิตภัณฑ์จากส่วนผสมธรรมชาติ’ หรือ ‘ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิก’ ในการสื่อสาร เพราะไม่ต้องการสร้างภาพซึ่งขัดแย้งกับความเป็นจริง ด้วยเหตุนี้เอง Aesop จึงกลายเป็นแบรนด์ที่ทรงแบบฉบับเฉพาะตัว แม้จะไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ประเภทหนึ่งเดียวในโลก แต่ก็เป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์สำหรับนักคิด!
นอกจากนี้ร้าน Aesop แต่ละสาขา ก็ยังมีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ให้มีความกลมกลืนกับบรรยากาศทางสภาพแวดล้อม หรือแม้แต่บรรจุภัณฑ์ก็เช่นกัน ซึ่งมีความกลมกลืนเป็นหนึ่งเดียว เน้นถึงความเรียบง่าย เพื่อไม่ให้เกินกว่าผลิตภัณฑ์ที่บรรจุอยู่ภายใน และยังทำหน้าที่ปกป้องคุณภาพของผลิตภัณฑ์ภายในอีกด้วย

ใครที่อยากสัมผัสประสบการณ์ดูแลผิวแบบเฉพาะตัวก็สามารถไปทดลองได้ที่ Aesop Shop สยามพารากอน ตั้งแต่วันที่ 27 เมษายนนี้ เป็นต้นไปนะคะ ^^