6 months ago

My top 3 cleansing water in 2016

ขอบอกว่าตอนนี้นะแบรนด์ต่างๆผลิต Cleansing Water ออกมาเยอะมว๊ากกกกกก บางแบรนด์ก็ราคาสูงลิบ บางแบรนด์ก็ถูกจนไม่น่าเชื่อ...แต่ราคาไม่ใช่เรื่องสำคัญค่ะเพราะเป็นสิ่งที่เราใช้กับผิว สำคัญที่สุดก็คือเรื่องของคุณภาพต่างหาก และสำหรับคนทีี่มีผิวแพ้ง่ายอย่างนุ้ย การเลือกหา Cleansing Water ที่อ่อนโยนและทำความสะอาดผิวได้ล้ำลึกที่สุดถือเป็นเรื่องที่สำคัญเบอร์สิบ แต่ก่อนที่จะไปดูว่าแบรนด์ไหนบ้างที่เป็น Top 3 ของนุ้ย เราไปดูกันดีกว่าว่า ทำไมต้องทำความสะอาดผิวด้วย Cleansing Water ?

ทำไมต้องทำความสะอาดผิวด้วย Cleansing Water ?

ในโลกนี้มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหลายรูปแบบมากนะทั้ง Cleansing Oil, Emulsion, Cleansing Cream, สบู่ก้อน หรือแม้กระทั่ง Cleansing Water

แต่เหตุผลที่นุ้ยเลือกใช้ Cleansing Water ก็เพราะว่า เนื้อผลิตภัณฑ์ค่อนข้างเบาบาง มีส่วนผสมของน้ำมันน้อย หรือไม่มีเลย (Oil free) เวลาเช็ดเครื่องสำอางออกจะไม่เหนียวหน้า ไม่มีความมันตกค้าง ซึ่งจะเหมาะกับคนผิวมัน มีปัญหาสิว...อ้อที่สำคัญ ใครที่ต่อขนตามามีแค่ Cleansing Water นี่แหละที่ช่วยเช็ดทำความสะอาดได้นาจา

small

ถ้าเพื่อนๆเป็นคนที่ชอบแต่งหน้า การล้างหน้าด้วยสบู่อย่างเดียวไม่พอแน่นอน เพราะว่าเครื่องสำอางในปัจจุบัน ถูกออกแบบมาให้ติดทนนาน และส่วนมากจะเป็นแบบกันน้ำ กันเหงื่อ จูบไม่หลุดกันทั้งนั้น ถ้าใช้แค่สบู่นะ ขอบอกว่าจะตั้งถู ขยี้ จนผิวผิวแห้งตึงแน่นอน ดังนั้นการใช้เมคอัพรีมูฟเวอร์โดยเฉพาะแบบ Cleansing Water เนี่ย จะทำให้เครื่องสำอางถูกเช็ดออกอย่างง่ายดาย โดยไม่ทำให้แสบตา (แต่เวลาใช้ก็ไม่ควรเอาไปกรอกตานะหนู แบบนั้นยี่ห้อไหนก็แสบเน่อ) หน้าไม่แห้งตึงค่า

วิธีใช้: ไม่ว่าจะแบรนด์ไหนก็ตามนะ เวลาใช้ให้หยด Cleansing Water ลงบนสำลีให้เปียก แล้วลูบไล้ให้ทั่วบริเวณผิวหน้า ลำคอ และดวงตาอย่างอ่อนโยน ห้ามถูไปมาเด็ดขาด ไม่งั้นหน้าจะเหี่ยวนะ และต้องเช็ดซ้ำจนกว่าจะไม่มีสิ่งสกปรกติดสำลีออกมาค่า

My top 3 cleansing water in 2016

เอาล่ะมาถึงช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอย สำหรับ Cleansing Water ที่ชนะใจนุ้ยในปี 2016 นี้ อย่างที่เพื่อนๆรู้เนาะว่า นุ้ยรักษาสิวฮอร์โมนอยู่ ดังนั้นคนที่มีผิวแพ้ง่าย มั่นใจได้เลยว่า 3 ตัวนี้สอบผ่านแน่นอน

1) La Mer The Cleansing Micellar Water

เริ่มต้นด้วย Cleansing Water ในราคาหลักพันก่อน เห็นราคาตอนแรกอาจจะมองบนใส่ก่อน เพราะคนส่วนมากไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการล้างหน้าเลยมีการตั้งคำถามว่า "แพงก็แพง...ชั้นจะได้อะไรจากที่ล้างหน้าราคาหลักพัน?"

นุ้ยขอบอกว่าถ้าเพื่อนๆเจอปัญหาผิวพังมาแบบนุ้ย การลงทุนในราคานี้เป็นอะไรที่คุ้มค่ามาก เพราะใน La Mer The Cleansing Micellar Water ช่วยทำความสะอาดเครื่องสำอางได้อย่างหมดจดจริงๆ (แบบสะอาดกว่าตอนไม่ได้แต่งหน้าอีกค่ะ) เพราะการทำงานของเค้าจะมีการสลายอนุภาคของเมคอัพและเครื่องสำอางให้มีขนาดเล็กลงและขจัดสิ่งสกปรกตกค้าง รวมถึงมลภาวะบนชั้นผิวให้หลุดออก และระหว่างที่ทำความสะอาด ก็คือจะมีการบำรุงไปในตัวด้วย เพราะมีสารอาหารจากทะเลอย่าง มิราเคิล บรอธ ที่จะช่วยบำรุงผิวและเติมเต็มแร่ธาตุที่จำเป็นให้แก่ผิว โอบอุ้มผิวให้ชุ่มชื้น หลังใช้ผิวก็จะไม่แห้ง บางจุดที่เป็นสิวอยู่ก็จะไม่เกิดอาการอักเสบด้วย

จุดพีคคือ หลังจากที่ใช้ La Mer The Cleansing Micellar Water เช็ดหน้าจนไม่เหลือสิ่งสกปรกติดบนสำลีแล้ว ไม่จำเป็นต้องล้างออกด้วยน้ำก็ได้เน่อ ^^

Price: ขนาด 200 มล. 3,900 บาท

เหมาะสำหรับสภาพผิวประเภทใด: ใช้ได้ทุกสภาพผิว

2) Purevivi Cleansing Lotion

ใครที่เคยใช้ Bioderma มาก่อน ขอบอกว่า Purevivi นี่คือคู่แฝดเลยค่ะแถมราคาก็ถูกกว่าด้วย ถ้าเช็ดด้วยสำลี นุ้ยจะใช้ประมาณ 3-4 แผ่นต่อครั้งนะ แล้วก็สะอาดเกลี้ยงเลย นุ้ยจะใช้ตัวนี้ในวันที่อยากประหยัดตัว La Mer 555

นุ้ยใช้มาประมาณ 2 ปีแล้ว นางสะอาดจริงๆนะ แต่เวลาเช็ดตานุ้ยจะไม่แนะนำเท่าไหร่เพราะแอบมีแสบตาเล็กน้อย ซึ่งอาจจะเป็นเพราะมีส่วนผสมจากสารสกัดจากผลไม้หลากหลายชนิด เช่น แอปเปิ้ล ส้ม และมะนาว แต่ถ้าจะเอาความสะอาด เอาไปเลย 10/10

Price: ขนาด 500 มล. 490 บาท

เหมาะสำหรับสภาพผิวประเภทใด: ผิวมันถึงผิวผสม

3) Mizumi Smooth Cleansing Water

แบรนด์นี้เค้าดังมากๆเรื่องครีมกันแดดนะ กรีดร้องมากตอนที่เห็นเค้าทำตัวเช็ดหน้าออกมา คำเคลมของแบรนด์ตอนแรกคือ "นุ่มลื่นเหมือนไม่ได้ใช้สำลี" เพราะว่านางมีเทคโนโลยี Surface tension reduction คือลดแรงเสียดผิว ทำให้เช็ดได้เลื่อน ผิวไม่เหี่ยว ไม่เกิดริ้วรอยจากการเสียดสีนี้ฮะ นุ้ยชอบตรงที่มี Double Micellar ที่ช่วยดูดจับพวกสิ่งสกปรกต่างๆ สามารถทำความสะอาดกันแดดและเครื่องสำอางกันน้ำได้ ซึ่งจะช่วยลดการอุดตันของผิวด้วย ตัวนี้สามารถใช้กับผิวบริเวรรอบดวงตาได้เน่อไม่แสบฮะ แต่อาจจะต้องมีการล้างผิวออกด้วยโฟมนิดนึงนะ จะแตกต่างจาก 2 ตัวแรกฮะ

Price: ขนาด 500 มล. 490 บาท

เหมาะสำหรับสภาพผิวประเภทใด: ผิวแห้งถึงผิวผสม

นี่คือ 3 ตัวทอปของ Cleansing Water ที่นุ้ยปลื้มปริ่มในปี 2016 นี้ เวลาใช้ให้เลือกให้เหมาะกับสภาพผิวในช่วงนั้นๆนะคะ ไว้เดี๋ยวนุ้ยจะมาอัพเดทผลิตภัณฑ์ในดวงใจของ Cat อื่นๆกันอีกทีเน่อ ^^