a year ago

เรื่องใกล้ตัวโง่ๆ...ที่อันตราย "ถึงชีวิต"

นุ้ยไม่ได้ตั้งใจจะว่าใคร "โง่" นะคะ

เพราะบางเรื่องที่นุ้ยเขียนวันนี้ได้เกิดขึ้นกับตัวนุ้ยเองด้วย แต่หลายครั้งที่เอาไม่เล่าให้คนอื่นฟัง สิ่งแรกที่ได้ Feedback กลับมาคือคำว่า "โง่จัง...บลา บลา บลา"

เข้าใจนะว่าทำไมถึง "โง่จัง" เพราะเรื่องบางเรื่อง เราไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับตัวเราเอง เพราะมัน "ชิน" จนประมาท และไม่คิดว่าในวันหนึ่งตัวเองจะเป็นผู้เคราะห์ร้าย

ทุกอย่างที่นุ้ยเขียนในครั้งนี้ ขอให้เป็นอุทาหรณ์สำหรับเพื่อนๆทุกคนนะคะ มาเริ่มเรื่องแรกที่พึ่งเกิดขึ้นสดๆ ร้อนๆ เมื่อวานนี้เลยค่ะ

1) อันตราย...เพราะใส่ส้นเข็ม (ปรี๊ด) ขึ้นบันไดเลื่อน

ปกตินุ้ยจะเป็นคนที่ชอบใส่รองเท้าส้นเข็มอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเดินบนพื้น ไม้ หิน พรม หรือแม้แต่ บันไดเลื่อน ซึ่งก็ไม่เคยมีปัญหามาก่อน จนความซวยบังเกิดขึ้นเมื่อวานที่นุ้ยใส่รองเท้าคู่โปรดไปเดินห้าง คาดว่าจังหวะการยืนอาจจะไม่ค่อยดีด้วยค่ะ ทำให้พอใกล้จะสิ้นสุดทางขึ้น ส้นรองเท้าของนุ้ยไปติดอยู่ร่องบันไดเลื่อน เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก นุ้ยพยายามกระตุกรองเท้าแล้วแต่ก็ยังติดอยู่ที่ร่อง นุ้ยเลยตัดสินใจถอดรองเท้าออกมา

ภาพที่เห็นตรงหน้าคือรองเท้ากำลังถูกบันไดเลื่อนบด เสียงดัง "ตึก ตึก ตึก" ตอนนั้นน้ำตาแทบไหล (แต่กลั้นเอาไว้) ในใจก็เสียดายรองเท้า (คือความเป็นชะนีไง) แต่สิ่งที่มีผลจะทำให้ร้องไห้มากที่สุดคือ เราจินตนาการว่านั่นคือ "เท้าของเรา" แล้วบันไดเลื่อนกำลังบดกระดูกเราอยู่

small

นี่คือซากที่หลงเหลือหลังจากพี่ รปภ. มาหยุดบันไดเลื่อน แล้วแฟนนุ้ยไปดึงรองเท้าขึ้นมาให้ค่ะ ตอนนั้นตัวสั่นไปหมด ใกล้จะร้องไห้แล้ว เพราะทุกคนมามุง แล้วก็ถามว่าเป็นอะไรมากมั้ย หัวนุ้ยตอนนั้นคือเห็นหนังรองเท้าที่เปิดออกเป็นหนังของเรา ส่วนโครงรองเท้าคือกระดูก...รู้สึกได้เลยว่าความรู้สึกของการ "รอดตาย" เป็นยังไง

2) อันตราย...เพราะใช้เชือกจูงน้องหมาเข้าลิฟท์

เรื่องนี้เกิดขึ้นที่สิงคโปร์ค่ะ ก็คือคุณยายคนหนึ่งแกจูงน้องหมาขึ้นลิฟท์ แล้วน้องหมายังไม่ทันเข้ามาลิฟท์ดันปิดก่อนซะงั้น คุณยายเลยเอามือออกไปกั้นแล้วเซนเซอร์ของลิฟท์ไม่ทำงาน ลิฟท์ก็เลยปิดแล้วขึ้นไปชั้นบนต่อ จึงทำให้คุณยาย "แขนขาด" เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้กับบ้านเราแน่นอนเพราะลิฟท์บางที่ไม่มีเซนเซอร์แล้วหลายๆคนชอบจูงหมาเข้าลิฟท์ด้วย (แม่บ้านของนุ้ยแหละคนหนึ่ง...ต้องเป็นเตือนนางก่อน) สัญชาตญาณเนาะ ถ้าลูกๆเราติดอยู่ข้างนอกเราก็ต้องอยากช่วยเป็นธรรมดา

ดังนั้นใครที่ชอบพาสัตว์เลี้ยงขึ้นลิฟต์ด้วย นุ้ยแนะนำว่าถ้าเป็นตัวเล็กให้อุ้มดีกว่านะคะ แต่ถ้าตัวใหญ่ก็ให้ทำสายจูงสั้นๆสำหรับจูงไว้ให้ใกล้ตัวเราที่สุดเท่าที่จะทำได้ดีกว่า

( ที่มาของข่าว: http://www.channelnewsasia.com/news/singapore/woman-s-hand-severed )

3) อันตราย...เพราะลงรถยนต์จากฝั่งคนขับ

โห เรื่องนี้ได้ยินบ่อยมาก ทั้งจากปากของ Taxi ที่นุ้ยเคยนั่งรถ พี่เค้าเล่าว่าสาเหตุที่ต้องล็อคประตูหลังฝั่งคนขับ เพราะผู้โดยสารชอบเปิดประตูลงโดยไม่ดูตาม้าตาเรือ โดนรถเฉี่ยวบ้างล่ะ เจ็บหนักบ้างล่ะ เสียชีวิตไปเลยก็มี

นุ้ยเคยดูหนังเรื่องโคลิค เด็กเห็นผี แล้วมีฉากพีคที่ย่ารึยายนี่แหละ เปิดประตูลงฝั่งคนขับรถแล้วเจอรถหลังสอยไปทั้งประตูเลย น่ากลัวมาก!!!! จากตอนนั้นนุ้ยไม่เคยลงประตูฝั่งนั้นอีกเลยถึงแม้จะไม่มีรถก็ตาม เกิดเป็นอะไรขึ้นมาแม้จะไม่ตาย แต่ถ้าพิการล่ะ...จะทำยังไง?

ดังนั้น อย่ามักง่ายค่ะ เขยิบตัวนิดเดียวมาลงอีกฝั่งสบายใจกว่า

4) อันตราย...เพราะชายเสื้อ ชายกระโปรงติดลื้อรถมอเตอร์ไซค์

ภาพของเรื่องนี้ยังติดตานุ้ยอยู่จนถึงวันนี้

ตอนสมัยมัธยมนุ้ยนั่งรอรถกลับบ้าน แล้วเห็นแฟนคู่นึงกำลังจะนั่งมอเตอร์ไซค์กันพี่ผู้หญิงกระโปรงบานและยาวมาก นุ้ยคิดแล้วล่ะว่าไม่กลัวกระโปรงจะไปพันล้อหรอ? พูดไม่ทันขาดคำกระโปรงพี่เค้าไปติดที่ล้อแล้วพี่ผู้หญิงหล่นลงมาค่ะ น่าสงสารแกที่โชคร้ายมีรถสองแถวขับตามหลังมาเลยเยียบพี่ผู้หญิงเข้าอย่างจัง น่าสงสารมากๆ (ต้องขออนุญาตดวงวิญญาณพี่ที่นำเรื่องราวมาเตือนใจทุกคนด้วยนะคะ)

นุ้ยเป็นคนที่ติดการนั่งวินมาก ทุกครั้งที่ก้าวขึ้นรถจะนึกถึงเรื่องนี้ตลอด เวลาใส่กระโปรงยาวๆนุ้ยจะม้วนๆเหมือนใส่โจงกระเบนและนั่งทับไว้ค่ะ และถ้าเป็นไปได้ทุกครั้งที่นุ้ยนั่งวิน จะต้องนั่งคว่ำเบาะและใส่หมวกกันน็อคทุกครั้ง (ถ้าพี่คนขับมีไว้ให้... ถึงแม้จะเหม็นแค่ไหนก็ตาม)

แต่ก่อนหน้านี้จะมีสิ่งนึงที่เวลานั่งวินทุกครั้งนุ้ยจะไม่เคยนึกถึงความสำคัญค่ะ ซึ่งก็คือเรื่องดวงตานั่นเอง

5) อันตราย...เพราะคอนแทคเลนส์

โยงเรื่องมาจากข้อ 4 นะคะ เรื่องนี้อาจจะไม่ได้ดูเหมือนการอันตรายถึงชีวิต แต่ก็เหมือนการ "ตายทั้งเป็น" เลยล่ะ

ปีที่แล้วนุ้ยเคย "หวิดบอด" มาค่ะ จำได้ว่าตอนนั้นค่อนข้างยุ่งเลยค่ะ เพราะต้องวิ่งไปงานหลายที่ จะให้ขับรถในกรุงเทพช่วงเวลาที่รถติดแสนติด ก็คงไม่ใช่ทางส่วนถ้าจะให้ขึ้น BTS หรือ MRT ยังไงก็ต้องนั่ง “วินมอเตอร์ไซค์” อยู่ดี นุ้ยเลยเลยเลือกใช้บริการพี่วินในการเดินทางในวันนั้นทั้งวันค่ะ และเผอิญว่าวันนั้นนุ้ยลืมพก “แว่นกันแดด” ติดตัวไปด้วย ทำให้ตาของเราต้องโดนฝุ่น โดนลมกระจาย

ช่วงแรกๆก็ไม่มีการแสดงอาการนะคะ จะรู้สึกได้ก็แค่ตาแห้งๆ และวันนั้นก็ลืมพกน้ำตาเทียมไปด้วยค่ะ (บอกแล้วว่าวันนั้นโง่จริงๆ) นุ้ยก็เลย เออ…ช่างมันเถอะเดี๋ยวก็กลับบ้านแล้ว เลยปล่อยเลยตามเลยค่ะ พอกลับมาถึงบ้านปุ๊บ รีบโยนคอนแทคทิ้งเลย เพราะตาแดงมากกกกกกกก แห้งสุดๆ จากตาสวยๆ กลายเป็นแดงอักเสบเหมือนรูปข้างล่างนี้เลย

ตาแดงมากจนแทบจะลืมตาไม่ได้ จนต้องใช้มือถ่างตาเพื่อถ่ายอาการของตาเก็บไว้ อยากบอกว่าวันแรกนั้น นุ้ยยังไม่ไปพบหมอนะคะ เพราะคิดว่าอาการคงจะค่อยๆทุเลาไปเองเหมือนตอนเด็กๆที่เคยเป็น แต่ที่ไหนได้ อาการกลับรุนแรงกว่าที่คิดไว้ เพราะครั้งงนี้เราใส่ Big Eyes ด้วย เลยทำให้ตาแห้งมากๆ วันนั้นซื้อยาล้างตามาล้างเอง ตอนล้างนี่รู้สึกเจ็บมากคิดว่าตัวเอง “ตาบอด” ชัวร์ พอถึงจุดนั้นปุ๊บเลยเรียบไปหาหมอ คุณหมอบอกว่าโชคดีมากที่นุ้ยไม่ขยี้ตา และมาเร็ว ไม่งั้นความเสี่ยงสูงที่จะตาบอด

ดังนั้นต่อไปใครที่จำเป็นต้องนั่งวินเหมือนนุ้ยควรพกแว่นกันแดดและน้ำตาเทียมติดตัวไปด้วยนะคะ และถ้ามีอาการระคายเคืองเกิดขึ้นรีบถอดทิ้งไปเลย ถ้าใครสายตาสั้นก็พกแว่นติดตัวไปด้วยนะ อีกอย่างคือถ้าเกิดอะไรขึ้นกับดวงตา "ห้ามขยี้ตา" ให้รีบหยอดตา ล้างตา แล้วไปพบหมอจะดีที่สุดค่ะ

6) อันตราย...เพราะเดินไปใช้มือถือไป

เรื่องสุดท้ายเกิดขึ้นกับรุ่นน้องที่นุ้ยรู้จักค่ะ เกิดขึ้นกลางใจเมืองด้วย แต่น้องเค้าก็ยอมรับว่าเป็นเพราะเค้าเดินไปใช้มือถือไปเอง

เรื่องมีอยู่ว่าน้องพึ่งกลับจากมหาวิทยาลัยแล้วเดินกลับที่พัก ระหว่างทางก็มีการส่งข้อความคุยกับแฟนว่าจะกลับบ้านแล้วนั่นนู่นนี่ แล้วจู่ๆก็มีผู้ชายขับมอไซค์มาเอามีดจี้ด้านหลังพร้อมกับขู่ว่าให้ขึ้นรถมาและบังคับให้มีอะไรด้วยด้วย น้องคนนี้เค้าไม่ยอมเลยถูกซ้อม เดชะบุญที่มีคู่แฟนคู่นึงเดินผ่านมาน้องเลยร้องขอความช่วยเหลือจึงรอดมาได้

ลองคิดดูถ้า 2 คนนั้นไม่เดินมา รุ่นน้องของนุ้ยอาจจะถูกฆ่าข่มขืนก็ได้ สาเหตุก็เพราะเดินไปเล่นมือถือไป ไม่ได้มีสติระมัดระวังภัยเงียบรอบตัว

small (Photo credit: Pinterest)

อ่านถึงตรงนี้รู้แล้วใช่มั้ยคะว่าเรื่องโง่ๆ อาจเกิดขึ้นกับเราหรือคนที่เรารักได้ตลอดเวลา ดังนั้นการใช้ชีวิตอยู่บนความไม่ประมาทคือสิ่งที่สำคัญที่สุด ดูข่าวให้มากขึ้นจะได้รู้ว่าภัยแปลกๆมีมากกว่าที่เราคิด จะได้ป้องกันก่อนที่เหตุร้ายเหล่านี้จะเกิดขึ้นกับเรา

หวังว่า "เรื่องโง่ๆ" ของนุ้ยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนๆและคนที่คุณรักนะคะ