6 months ago

สัญญาณแบบไหนใช่ "บุพเพสันนิวาส"

บุพเพสันนิวาส (น.) แปลว่า การเป็นเนื้อคู่กัน หรือเหมือนกับความหมายหนึ่งของคำว่าพรหมลิขิต

แต่ซิสคะ...สิ่งที่สำคัญกว่าความหมายก็คือตามนี้ละครเรื่อง "บุพเพสันนิวาส" ที่ออกอากาศทางช่อง 3 นี่ดังเปรี้ยงเหวี่ยงทุกกระแสจริงๆ ข้าขอชื่นชมกับทีมบุพเพตั้งแต่ทีมผู้จัด ไปจนถึงนักแสดงและทุกคนที่มีส่วนร่วมจริงๆเลยเจ้าค่ะ

แม่หญิงทุกคนทั่วทั้งพระนครตอนนี้ก็ล้วนแล้วอยากจะกิน เอ้ย! อยากจะได้ เอ้ย! อยากจะใกล้ชิดกับพี่หมื่นโป๊บแทบทั้งสิ้น (รวมทั้งตัวข้าด้วย แต่ข้าดันมีผัวแล้วไง ><) แต่ด้วยบุพเพของเราๆนั้นอาจจะไม่ได้ตักบาตรร่วมขัน อธิษฐานสาบานรักกับพี่หมื่นโป๊บมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ชาตินี้เราเลยอาจจะไม่มีบุพเพกับพี่หมื่นท่าน...แต่ซิสคะ เราต้องมีกับคนอื่นแน่นอน แต่คนๆนั้นจะเป็นใครล่ะออเจ้า? ว่าแล้ววันนี้ข้าเลยจะเอามนต์ในการ "เชค" คู่บุพเพมาฝากออเจ้ากัน ไปดูกันเลยช้าอยู่ใยฤา

1. เจอหน้ากันครั้งแรกก็ "ใช่"เลย

"ใช่" ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าจะชอบกันอย่างเดียวนะ แต่รวมไปถึงการรู้สึกคุ้นด้วย เอาจริงๆหลายคนบอกว่าการคุ้นกันนี้อาจจะเป็นเพราะเจอกัน เป็นคู่กันตั้งแต่ชาติที่แล้ว แต่ข้าว่ามันอาจจะเป็นเพราะมันเป็นบุคลิกของคนที่เรารัก เคารพ ศรัทธามากกว่า เช่นบางคนอยากได้แฟนที่อบอุ่นเหมือนพ่อ พอเราเจอผู้ที่ลักษณะ หรือมีความคิดคล้ายๆพ่อเรา เราก็จะ "เอ๊ะ...คุ้นจัง" ประมาณนี้ แต่นั่นแหละ มันก็ถือเป็นอีกหนึ่งสัญญาณดีๆนะออเจ้า

2. เจอกันในเวลาที่ใช่

เอาง่ายๆเกศสุรางค์ ก็ได้มาเจอกับพี่หมื่นตอนที่การะเกดไม่อยู่ในร่างแล้ว มันก็เหมือนกับการที่เราและคู่ได้เจอกันตอนยังโสดนั่นเอง คือพร้อมที่จะเริ่มการใช้ชีวิตคู่กันแล้วนั่นเอง

3. เติมเต็มส่วนที่ขาดให้กันและกัน ไม่มีใครในโลกนี้ที่เกิดมาเพอร์เฟค แต่ละคนก็ล้วนแต่มีทั้งข้อดีข้อเสียแตกต่างกันออกไป คู่บุพเพนี่แหละจะเติมเต็มกันและกัน อย่างคู่ของนุ้ยกับพี่แซคนี้นะ พี่แซคจะเป็นคนที่ Logical มากๆ ส่วนนุ้ยก็จะเป็นสายติส คนนึงชอบพูดเยอะชอบเจอคน อีกคนนึงขี้อาย แบบนี้มันก็จะเติมเต็มกันและกัน ทำทุกอย่างให้ Balnace กันไปเองโดยธรรมชาติ ถ้าไม่มีพี่แซคนุ้ยคงจะเป็นคนที่ติสแตกไปแล้ว...นี่แหละที่เค้าเรียกว่าจิ๊กซอที่หายไป

4. มองอนาคตในแบบเดียวกัน

สิ่งนี้คือสิ่งที่โคตรสำคัญที่เป็นตัวตัดสินว่าคู่เราน่ะคือคู่ "บุพเพสันนิวาส" รึเปล่า คบกันแล้วมันจะรอดมั้ย ถ้ามองปลายทางของชีวิตคู่ไม่เหมือนกัน อยู่กันไปก็เสียเวลา ไม่ใช่คู่แท้แน่ๆ คู่บุพเพของเราคือคนที่มองบั้นปลายความรักและชีวิตแบบเดียวกันกับเราโดยที่เราไม่ต้องบอก เช่นอยากมีลูกเหมือนกันมั้ย อยากทำงานด้วยกันมั้ย ถ้าการมองอนาคตแตกต่างกันไปล่ะก็เตรียมพับเสื่อกลับบ้านเลยค่ะซิส ต่างคนต่างไปหาคู่บุพเพของตัวเองใหม่ดีกว่า

5. ต่อสู้เพื่อความรัก

นุ้ยกับพี่แซคเราเคยคุยกันว่าถ้าเราไปคบกับคนๆอื่นที่ไม่ใช่คู่ของเราตอนนี้ ชีวิตคงบินไปได้ไกลแบบโคตรๆ แต่นั่นมันไม่ใช่ความรัก มันไม่ใช่สิ่งที่เราจะอยู่ด้วยแล้วมีความสุข ไม่มีคู่บุพเพคู่ไหนที่ไม่เคยตีกันนะเอาจริงๆ ทุกคู่ผ่านทุกข์สุขมาด้วยกัน บางคู่ถูกพ่อแม่กีดกัน บางคู่ต่อสู้กับเรื่องการเงิน บางคู่ต่อสู้กับความเจ็บป่วย ถ้าเป็นคู่แท้กันเราก็จะผ่านปัญหาเหล่านี้ไปได้ อาจจะเหนื่อยหน่อย แต่พอแก้ปัญหาได้ มองตาและจับมือกัน เราก็จะสัมผัสได้ว่านี่แหละคือควาสุขที่ล้นใจจริงๆ

6. Lifestyle สำคัญนะ

คู่รักก็เหมือนหยินหยาง นิสัยใจคออาจจะไม่เหมือนกัน อันนั้นไม่สำคัญเพราะมันจะไปเติมส่วนขาดหายของกันและกันเอง แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือ Lifestyle หรือการใช้ชีวิต บางคู่ผู้หญิงชอบเที่ยวนอกบ้าน ผู้ชายชอบอยู่บ้าน บางคู่ผู้หญิงชอบออมเงินไม่กล้าใช้ แต่ผู้ชายชอบความเสี่ยงชอบลงทุน แบบนี้ตีกันบ้านแตกแน่นอน...จะสังเกตว่าคู่บุพเพจะชอบทำอะไรคล้ายๆกันเช่นชอบดูหนังอยู่บ้าน ชอบเดินทางท่องเที่ยวมากกว่าเข้าผับบาร์ บางคู่ผู้หญิงพูดเพราะมาก ส่วนผู้ชายด่าเหี้ยห่าเหว แต่คู่นี้ชอบเข้าวัด ปลูกต้นไม้ ดำน้ำปะการัง แบบนี้ก็จะอยู่กันได้นานเลยล่ะ

7. ความเงียบไม่ใช่ปัญหา

ถ้าเป็นคู่แท้ การได้นอนใต้ผ้าห่มเงียบๆ นั่งทำงานในห้องด้วยกันเงียบๆ ก็มีความสุขแล้ว

เอาจริงๆคู่บุพเพของเราไม่ต้องดิ้นรนหา เดี๋ยวมันก็มาเอง ดั่งตัวข้านั้น ก่อนหน้านี้พยายามจะเดทกับหนุ่มๆ ใครจะไปรู้ว่าสุดท้ายแล้วบุพเพเหวี่ยงหนุ่มตี๋ ตากลม ฟันเขี้ยวจากสิงคโปร์มาให้ซะงั้น ขอให้ออเจ้าทุกคนรักตัวเองให้มากๆ เคารพในความเป็นตัวของตัวเอง เราปรับ Lifestyle ให้เข้ากันได้ แต่ไม่จำเป็นต้องไปเปลี่ยนให้คนมารักหรือชอบเรา แต่สิ่งที่ต้องทำคือให้ปิดจ๊อบอยู่กับ "คนที่ใช่" อยู่ด้วยและไม่เหนื่อย ... ลองจินตนาการดูว่าถ้าวันหนึ่งเราเห็นคนที่เรารักต้องป่วยต่อสายออกซิเจนนอนเป็นผัก เรายังจะรัก ยังอยากดูแลเค้ามั้ย?

ถ้าใช่...นั่นแหละบุพเพสันนิวาส <3